ภาวะผู้นำทางการศึกษา


รายงาน

เรื่อง   ภาวะผู้นำทางการศึกษา

 

 

 

 

 

 

นางสาวสกาวเดือน   ไผ่ป้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 106402  การบริหารจัดการทางการศึกษา

ภาคการศึกษาที่ 1  ปีการศึกษา 2557

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

รายงาน

เรื่อง   ภาวะผู้นำทางการศึกษา

 

 

 

 

 

 

นางสาวสกาวเดือน   ไผ่ป้อง  รหัส 5670107225

คณะครุศาสตร์   โปรแกรม วิชาภาษาไทย  ชั้นปีที่ 2 หมู่เรียนที่ 2

 

 

 

 

 

 

 

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 106402  การบริหารจัดการทางการศึกษา

ภาคการศึกษาที่ 1  ปีการศึกษา 2557

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

 

คำนำ

              

                รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา การบริหารจัดการทางการศึกษา รหัสวิชา 106402 

จัดทำรายงานเล่มนี้ขึ้น  เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาว่าควรมีคุณลักษณะ พฤติกรรมของผู้นำอย่างไร และเพื่อศึกษาบทบาทภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 

 ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ และสามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในสถานศึกษาได้

 

 

 

                                               นางสาวสกาวเดือน  ไผ่ป้อง

                                             ผู้จัดทำ

 


 

 

สารบัญ

เนื้อหา

สารบัญ.. 1

ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา. 2

ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา. 2

ทฤษฎีคุณลักษณะ. 3

ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ... 4

ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงสถานการณ์.. 5

ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง. 6

บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษา. 6

 

 


 

 

ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา

ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา

              ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นผู้ที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษา ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารในยุคปัจจุบันต้องมีบทบาทในการจัดการและพฤติกรรมขององค์กร ตลอดจนต้องมีความรู้ความเข้าใจในทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวกับภาวะผู้นำเป็นอย่างดี ต้องรู้ถึงเทคนิคในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ บทบาทเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำองค์กรให้ไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างมีประสิทธิผลและยั่งยืน ผู้นำที่ดีจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ

             ผู้นำเป็นองค์ประกอบหลักขององค์กร องค์กรจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ขององค์กร ปัจจัยสำคัญคือ ผู้นำ ถ้าองค์กรใดได้ผู้นำที่ไม่มีประสิทธิภาพก็จะไม่สามารถสั่งการและใช้อิทธิพลต่อผู้ใต้บังคับบัญชาให้เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งได้ซ้ำร้ายยังเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีต่อผู้นำ ซึ่งจะเป็นผลทำให้การปฏิบัติงานในด้านต่างๆล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จในองค์กร

              ผู้นำที่มีสมรรถภาวะต่ำ ย่อมพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้อำนาจของตนเองและแสดงออกซึ่งความเก่ง ความสามารถของตนแต่เพียงผู้เดียว ผู้นำที่มีสมรรถภาวะปานกลาง พยายามอย่างยิ่งที่จะใช้กำลังและความสามารถของบุคคลอื่นเป็นที่ตั้ง ส่วนผู้นำที่มีสมรรถภาวะสูงนั้น ก็จะใช้วิธีการบริหารงานโดยใช้สติปัญญาของบุคลอื่นมาเกื้อกูลเป็นหลักยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ และเมื่อมีเหตุการณ์ปัญหาเกิดขึ้นผู้นำก็จะเรียกประชุมคณะทำงาน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและอภิปรายร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเป็นแบบมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ย่อมทำให้เกิดพันธกิจ(Mission) ที่เป็นแนวทางในการพัฒนางานให้บรรลุเป้าหมาย

              แนวคิดทฤษฎีภาวะผู้นำซึ่งผู้นำในที่นี้คือผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีภาวะผู้นำ(Leadership) จะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานต่างๆในการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผลคือ

ช่วยให้บุคลากรในองค์กรได้รับการประสานงานและแนะนำการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด

ช่วยรักษาสถานภาพขององค์กร ให้มีความมั่นคงโดยการปรับเปลี่ยนหรือปรับตัวตามเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

ช่วยประสานฝ่ายต่างๆขององค์กรให้ดำเนินการได้ตามลักษณะพลวัตภายในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงองค์กรอยู่ในระหว่างพัฒนาการเปลี่ยนแปลงช่วยแก้ไขความขัดแย้งระหว่างส่วนต่างๆ

ช่วยให้บุคลากรในองค์กรบรรลุถึงความต้องการต่างๆทั้งในด้านความพึงพอใจและเป้าหมายส่วนบุคคล โดยจะเป็นผู้ชักชวนจูงใจให้ผู้ร่วมงานมีความยินดีและมีความเต็มใจที่จะร่วมมือปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย(Steers,1977 p.142)

           ทฤษฎีภาวะผู้นำภายใต้การศึกษาความเป็นผู้นำ โดยทั่วไปทฤษฎีความเป็นผู้นำจะมุ่งที่เป้าหมายอย่างเดียวกันคือ การระบุองค์ประกอบหรือปัจจัยที่ทำให้ผู้นำมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิธีศึกษาความเป็นผู้นำที่สำคัญคือ ทฤษฎีคุณลักษณะ ทฤษฎีเชิงพฤติกรรมและทฤษฎีเชิงสถานการณ์

     ทฤษฎีคุณลักษณะ(trait theories)

           เป็นแนวคิดที่เชื่อว่า การเป็นผู้นำขึ้นอยู่กับลักษณะส่วนบุคคลอาจมาจากพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อม Aristotle เชื่อว่าความเป็นผู้นำเริ่มมาแต่กำเนิดจึงพยายามที่จะแยกคุณสมบัติพิเศษที่ติดมากับผู้นำว่าแตกต่างจากบุคคลอื่นโดยทั่วไป จำแนกออกเป็น 3 ลักษณะคือ

1.ลักษณะทางกาย พบว่าผู้นำที่เป็นหัวหน้ามักมีความสูงและมีน้ำหนักมากกว่าคนปกติโดยเฉลี่ย

2.ลักษณะทางสติปัญญาพบว่าสติปัญญามีความสัมพันธ์กับความเป็นผู้นำผู้ที่มีความสามารถทางสมองสูงกว่าคนอื่นๆจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำ

3.ลักษณะด้านบุคลิกภาพ เช่น ความเชื่อมั่นในตนเอง ความสามารถในการปรับตัว การมีลักษณะเด่น การเป็นคนเปิดเผยไม่เก็บตัว และมีความสามารถในการเห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ จะได้รับการยอมรับให้ป็นผู้นำ(ธร สุนทรายุทธ,ม.ป.ป.,หน้า 98-99)

     ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ(behavioral theories)

ทฤษฎีนี้มุ่งศึกษาพฤติกรรมของผู้นำที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็น “สไตล์ความเป็นผู้นำ” โดยการศึกษาว่าแบบแผนของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นประจำของผู้นำ แม้ความเป็นผู้นำทุกอย่างจะเกี่ยวกับการใช้อำนาจเพื่อที่จะมีอิทธิพลต่อบุคคลอื่น ผู้นำอาจแตกต่างกันภายใน “สไตล์” ที่พวกเขาใช้เพื่อที่จะให้เขาบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำนี้ครั้งแรกถูกดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยไอโอวาโดย Lewin,Lippitt and White ได้ศึกษาภาวะผู้นำ 3 แบบ คือ

แบบเผด็จการ(autocratic) เป็นลักษณะของการควบคุมของกลุ่มและตัดสินใจโดยผู้นำ

แบบประชาธิปไตย(democratic) เป็นแบบเน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่ม

แบบตามสบาย(laissez faire) ผู้นำมีส่วนน้อยมากทุกกิจกรรม

ต่อมามหาวิทยาลัยมิชิแกนได้ดำเนินการศึกษากลุ่มงานที่มีประสิทธิภาพและกลุ่มงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้พิจารณาว่าผู้นำได้กระทำการอะไรบ้างที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มงานสองกลุ่มนี้ บนพื้นฐานการสัมภาษณ์และแบสอบถาม พวกเขาได้ระบุพฤติกรรมของผู้นำสองแบบที่ปลายสุดด้านหนึ่งของแนวต่อเนื่องจะเป็นพฤติกรรมแบบมุ่งคน(employee-centered behavior)และปลายสุดด้านหนึ่งของแนวต่อเนื่องจะเป็นพฤติกรรมแบบมุ่งงาน(job-centered behavior) ด้วยวิธีมุ่งคนผู้บริหารจะมุ่งความสนใจของพวกเขาไปยังการพัฒนากลุ่มงานที่มีประสิทธิภาพที่ทุ่มเทให้กับเป้าหมายการทำงานที่สูงด้วยวิธีมุ่งงาน ผู้บริหารจะแบ่งงานเป็นงานประจำวัน กำหนดวิธีการทำงาน และควบคุมพนักงานอย่างใกล้ชิด ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ากลุ่มงานที่มีผลการดำเนินงานสูง(เปรียบเทียบกับกลุ่มงานที่มีผลการดำเนินการต่ำ)หัวหน้างานจะมุ่งใช้การควบคุมที่ไม่เข้มงวดและตอบสนองต่อปัญหาด้วยการช่วยเหลือ แต่ผู้นำบางคนก็เน้นทั้งคนเน้นทั้งงาน ต่อมามหาวิทยาลัยโอไฮโอ ได้วิจัยพบว่าพฤติกรรมของผู้นำในแง่ของสองมิติ คือ การมุ่งคนและการมุ่งงานมีสไตล์ในสี่แบบคือ

-การมุ่งงานสูง/การมุ่งคนสูง

-การมุ่งงานต่ำ/การมุ่งคนต่ำ

-การมุ่งงานต่ำ/การมุ่งคนสูง

-การมุ่งงานสูง/การมุ่งคนต่ำ

และทั้งสี่แบบนี้พบว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ต่อมามหาวิทยาลัยเท็กซัส ได้สรุปผลการวิจัย โดยได้พัฒนาตารางการบริหาร(the managerial grid) ขึ้นมา หรือตารางความเป็นผู้นำ ตารางการบริหารจะระบุมิติสองมิติของพฤติกรรมความเป็นผู้นำ ว่าเป็นการมุ่งคนและการมุ่งงาน การมุ่งงานของผู้บริหารจะถูกประเมินตามมาตราส่วนเก้าคะแนน 9 หมายถึงการมุ่งงานสูงมาก และ 1 จะหมายถึงการมุ่งงานต่ำมาก ผู้บริหารที่มุ่งงานสูงจะมุ่งผลสำเร็จ มิติที่สองคือ การมุ่งคนที่ถูกประเมินตามมาตราส่วน 9 คะแนน 9 จะหมายถึงการมุ่งคนสูงมากและ 1 จะหมายถึงการมุ่งคนต่ำมาก ผู้บริหารที่มุ่งคนจะหลีกหนีความขัดแย้งและพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับผู้ใต้บังคับบัญชา เบลดและมูตัน เสนอแนะว่าตำแหน่ง 9,9 มุมขวาบนของตารางความเป็นผู้นำ จะเป็นสไตล์ความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การบริหารสไตล์ 1,1 คือการบริหารแบบปล่อยปละละเลยมุ่งงานต่ำและมุ่งคนต่ำ การบริหารสไตล์ 1,9 คือการบริหารแบบสโมสร มุ่งคนสูงมุ่งงานต่ำ การบริหารสไตล์ 9,1 คือการบริหารแบบเผด็จการคือ มุ่งงานสูงมุ่งคนต่ำ การบริหารสไตล์ 5,5 คือการบริหารแบบเดินทางสายกลางมุ่งทั้งคนมุ่งทั้งงานปานกลาง และการบริหารแบบ 9,9 คือการบริหารแบบประชาธิปไตยมุ่งทั้งงานสูงมุ่งทั้งคนสูง

ดังนั้นผู้นำควรเลือกสไตล์บริหารให้เหมาะสมกับสถานการณ์หรือบริบทขององค์กรเพื่อนำองค์กรให้ไปสู่ประสิทธิผล

             ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงสถานการณ์(situational theories) ฟิดเลอร์(Fiedler’contingency theory) ให้ความสำคัญ 3 สถานการณ์ คือ

1) ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับผู้ตาม

2) โครงสร้างงาน

3) อำนาจตามตำแหน่ง

          ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง(transformational theories)

          ผู้นำการเปลี่ยนแปลงหรือผู้นำเชิงปฏิรูปจะพยายามเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กรจากสภาวะหรือวัฒนธรรมหนึ่งๆไปเป็นสภาวะหนึ่งหรือวัฒนธรรมหนึ่งๆ ความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปจะเกี่ยวพันกับความเป็นผู้นำเชิงบารมีสูงมากเพราะจะสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ใต้บัคับบัญชา ผู้นำที่ดี คือ ผู้ที่เข้าใจถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จ และอีกส่วนหนึ่งที่มาสโลว์มองถึงความเป็นผู้นำก็คือ การที่ผู้นำนั้นจะต้องมีจิตใจหนักแน่นต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายต่าง ๆ ผู้นำที่ทำตัวเป็นที่รักของลูกน้องอาจจะไม่ใช่ผู้นำที่ดีถ้าสถานการณ์บังคับให้ผู้นำนั้นต้องกล้าเผชิญหน้าต่อปัญหา เพราะผู้นำที่น่ารักที่ทำตัวเหนือปัญหานั้นมักจะไม่ยอมแก้ปัญหาหรือรับรู้ต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมา ภาวะผู้นำนั้นจึงมาจากการที่บุคคลนั้น ๆ สามารถที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้ เป็นบุคคลที่สำเหนียกอยู่ตลอดเวลาว่าเป้าหมายในการแก้ปัญหานั้นจะเป็นอย่างไร และต้องอุทิศตัวอย่างไมคิดถึงตัวเอง (มาสโลว์, 2542, หน้า 67-68)

บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

            บทบาทของผู้บริหารเป็นสิ่งสำคัญที่จะกระตุ้น ส่งเสริมให้การบริหารงานในบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารประสบผลสำเร็จ ซึ่งบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญพอสรุปได้ดังนี้

1.เป็นผู้นำในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์

2. เป็นผู้นำในการบริหาร ยึดแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

3.เป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนรู้

4.เป็นผู้นำในการพัฒนาวิชาการ

5.เป็นผู้ประสานความร่วมมือกับชุมชน

6.เป็นผู้นำในการบริหารงานแบบประชาธิปไตย โดยร่วมกันทำงานเป็นทีม และส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน

7.เป็นผู้นำในการจัดการศึกษา เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรในการสร้างสรรค์

8.เป็นผู้นำในการบริหารคุณภาพ โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ลงมือทำและรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ

9.เป็นผู้สร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

10. เป็นผู้นำในการจัดหางบประมาณ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน

ที่กล่าวมา ผู้บริหารที่ยึดหลักการ 10 ประการ ดังกล่าว ย่อมจะประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้เป็นอย่างดี ผู้บริหารที่ดีจึงต้องสำรวจตนเองถึงข้อบกพร่องและหาแนวทางในการพัฒนาตนเองเพื่อการเรียนรู้และการพัฒนางานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบการบริหารจัดการใหม่และการปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบัน ซึ่งในการดำเนินงานผู้บริหารต้องยึดการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(SBM: School based Management ประกอบด้วยเกณฑ์ต่อไปนี้

1.การเป็นผู้นำทางวิชาการ

2.การบริหารแบบมีส่วนร่วม

3.การเป็นผู้อำนวยความสะดวก

4.การประสานความสัมพันธ์

5.การส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากร

6. การสร้าวงแรงจูงใจ

7.การประเมินภายในและการประเมินภายนอก

8.การส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา

9.การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

10.การส่งเสริมเทคโนโลยี

 

 

บรรณานุกรม

www.lek56.edublogs.org

www.gotoknow.org/posts

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รายงาน

เรื่อง   ภาวะผู้นำทางการศึกษา

 

 

 

 

 

 

นางสาวสกาวเดือน   ไผ่ป้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 106402  การบริหารจัดการทางการศึกษา

ภาคการศึกษาที่ 1  ปีการศึกษา 2557

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

รายงาน

เรื่อง   ภาวะผู้นำทางการศึกษา

 

 

 

 

 

 

นางสาวสกาวเดือน   ไผ่ป้อง  รหัส 5670107225

คณะครุศาสตร์   โปรแกรม วิชาภาษาไทย  ชั้นปีที่ 2 หมู่เรียนที่ 2

 

 

 

 

 

 

 

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 106402  การบริหารจัดการทางการศึกษา

ภาคการศึกษาที่ 1  ปีการศึกษา 2557

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

 

คำนำ

              

                รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา การบริหารจัดการทางการศึกษา รหัสวิชา 106402 

จัดทำรายงานเล่มนี้ขึ้น  เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาว่าควรมีคุณลักษณะ พฤติกรรมของผู้นำอย่างไร และเพื่อศึกษาบทบาทภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 

 ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ และสามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในสถานศึกษาได้

 

 

 

                                               นางสาวสกาวเดือน  ไผ่ป้อง

                                             ผู้จัดทำ

 


 

 

สารบัญ

เนื้อหา

สารบัญ.. 1

ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา. 2

ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา. 2

ทฤษฎีคุณลักษณะ. 3

ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ... 4

ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงสถานการณ์.. 5

ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง. 6

บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษา. 6

 

 


 

 

ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา

ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา

              ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นผู้ที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษา ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารในยุคปัจจุบันต้องมีบทบาทในการจัดการและพฤติกรรมขององค์กร ตลอดจนต้องมีความรู้ความเข้าใจในทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวกับภาวะผู้นำเป็นอย่างดี ต้องรู้ถึงเทคนิคในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ บทบาทเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำองค์กรให้ไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างมีประสิทธิผลและยั่งยืน ผู้นำที่ดีจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ

             ผู้นำเป็นองค์ประกอบหลักขององค์กร องค์กรจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ขององค์กร ปัจจัยสำคัญคือ ผู้นำ ถ้าองค์กรใดได้ผู้นำที่ไม่มีประสิทธิภาพก็จะไม่สามารถสั่งการและใช้อิทธิพลต่อผู้ใต้บังคับบัญชาให้เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งได้ซ้ำร้ายยังเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีต่อผู้นำ ซึ่งจะเป็นผลทำให้การปฏิบัติงานในด้านต่างๆล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จในองค์กร

              ผู้นำที่มีสมรรถภาวะต่ำ ย่อมพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้อำนาจของตนเองและแสดงออกซึ่งความเก่ง ความสามารถของตนแต่เพียงผู้เดียว ผู้นำที่มีสมรรถภาวะปานกลาง พยายามอย่างยิ่งที่จะใช้กำลังและความสามารถของบุคคลอื่นเป็นที่ตั้ง ส่วนผู้นำที่มีสมรรถภาวะสูงนั้น ก็จะใช้วิธีการบริหารงานโดยใช้สติปัญญาของบุคลอื่นมาเกื้อกูลเป็นหลักยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ และเมื่อมีเหตุการณ์ปัญหาเกิดขึ้นผู้นำก็จะเรียกประชุมคณะทำงาน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและอภิปรายร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเป็นแบบมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ย่อมทำให้เกิดพันธกิจ(Mission) ที่เป็นแนวทางในการพัฒนางานให้บรรลุเป้าหมาย

              แนวคิดทฤษฎีภาวะผู้นำซึ่งผู้นำในที่นี้คือผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีภาวะผู้นำ(Leadership) จะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานต่างๆในการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผลคือ

ช่วยให้บุคลากรในองค์กรได้รับการประสานงานและแนะนำการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด

ช่วยรักษาสถานภาพขององค์กร ให้มีความมั่นคงโดยการปรับเปลี่ยนหรือปรับตัวตามเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

ช่วยประสานฝ่ายต่างๆขององค์กรให้ดำเนินการได้ตามลักษณะพลวัตภายในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงองค์กรอยู่ในระหว่างพัฒนาการเปลี่ยนแปลงช่วยแก้ไขความขัดแย้งระหว่างส่วนต่างๆ

ช่วยให้บุคลากรในองค์กรบรรลุถึงความต้องการต่างๆทั้งในด้านความพึงพอใจและเป้าหมายส่วนบุคคล โดยจะเป็นผู้ชักชวนจูงใจให้ผู้ร่วมงานมีความยินดีและมีความเต็มใจที่จะร่วมมือปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย(Steers,1977 p.142)

           ทฤษฎีภาวะผู้นำภายใต้การศึกษาความเป็นผู้นำ โดยทั่วไปทฤษฎีความเป็นผู้นำจะมุ่งที่เป้าหมายอย่างเดียวกันคือ การระบุองค์ประกอบหรือปัจจัยที่ทำให้ผู้นำมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิธีศึกษาความเป็นผู้นำที่สำคัญคือ ทฤษฎีคุณลักษณะ ทฤษฎีเชิงพฤติกรรมและทฤษฎีเชิงสถานการณ์

     ทฤษฎีคุณลักษณะ(trait theories)

           เป็นแนวคิดที่เชื่อว่า การเป็นผู้นำขึ้นอยู่กับลักษณะส่วนบุคคลอาจมาจากพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อม Aristotle เชื่อว่าความเป็นผู้นำเริ่มมาแต่กำเนิดจึงพยายามที่จะแยกคุณสมบัติพิเศษที่ติดมากับผู้นำว่าแตกต่างจากบุคคลอื่นโดยทั่วไป จำแนกออกเป็น 3 ลักษณะคือ

1.ลักษณะทางกาย พบว่าผู้นำที่เป็นหัวหน้ามักมีความสูงและมีน้ำหนักมากกว่าคนปกติโดยเฉลี่ย

2.ลักษณะทางสติปัญญาพบว่าสติปัญญามีความสัมพันธ์กับความเป็นผู้นำผู้ที่มีความสามารถทางสมองสูงกว่าคนอื่นๆจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำ

3.ลักษณะด้านบุคลิกภาพ เช่น ความเชื่อมั่นในตนเอง ความสามารถในการปรับตัว การมีลักษณะเด่น การเป็นคนเปิดเผยไม่เก็บตัว และมีความสามารถในการเห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ จะได้รับการยอมรับให้ป็นผู้นำ(ธร สุนทรายุทธ,ม.ป.ป.,หน้า 98-99)

     ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ(behavioral theories)

ทฤษฎีนี้มุ่งศึกษาพฤติกรรมของผู้นำที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็น “สไตล์ความเป็นผู้นำ” โดยการศึกษาว่าแบบแผนของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นประจำของผู้นำ แม้ความเป็นผู้นำทุกอย่างจะเกี่ยวกับการใช้อำนาจเพื่อที่จะมีอิทธิพลต่อบุคคลอื่น ผู้นำอาจแตกต่างกันภายใน “สไตล์” ที่พวกเขาใช้เพื่อที่จะให้เขาบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำนี้ครั้งแรกถูกดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยไอโอวาโดย Lewin,Lippitt and White ได้ศึกษาภาวะผู้นำ 3 แบบ คือ

แบบเผด็จการ(autocratic) เป็นลักษณะของการควบคุมของกลุ่มและตัดสินใจโดยผู้นำ

แบบประชาธิปไตย(democratic) เป็นแบบเน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่ม

แบบตามสบาย(laissez faire) ผู้นำมีส่วนน้อยมากทุกกิจกรรม

ต่อมามหาวิทยาลัยมิชิแกนได้ดำเนินการศึกษากลุ่มงานที่มีประสิทธิภาพและกลุ่มงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้พิจารณาว่าผู้นำได้กระทำการอะไรบ้างที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มงานสองกลุ่มนี้ บนพื้นฐานการสัมภาษณ์และแบสอบถาม พวกเขาได้ระบุพฤติกรรมของผู้นำสองแบบที่ปลายสุดด้านหนึ่งของแนวต่อเนื่องจะเป็นพฤติกรรมแบบมุ่งคน(employee-centered behavior)และปลายสุดด้านหนึ่งของแนวต่อเนื่องจะเป็นพฤติกรรมแบบมุ่งงาน(job-centered behavior) ด้วยวิธีมุ่งคนผู้บริหารจะมุ่งความสนใจของพวกเขาไปยังการพัฒนากลุ่มงานที่มีประสิทธิภาพที่ทุ่มเทให้กับเป้าหมายการทำงานที่สูงด้วยวิธีมุ่งงาน ผู้บริหารจะแบ่งงานเป็นงานประจำวัน กำหนดวิธีการทำงาน และควบคุมพนักงานอย่างใกล้ชิด ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ากลุ่มงานที่มีผลการดำเนินงานสูง(เปรียบเทียบกับกลุ่มงานที่มีผลการดำเนินการต่ำ)หัวหน้างานจะมุ่งใช้การควบคุมที่ไม่เข้มงวดและตอบสนองต่อปัญหาด้วยการช่วยเหลือ แต่ผู้นำบางคนก็เน้นทั้งคนเน้นทั้งงาน ต่อมามหาวิทยาลัยโอไฮโอ ได้วิจัยพบว่าพฤติกรรมของผู้นำในแง่ของสองมิติ คือ การมุ่งคนและการมุ่งงานมีสไตล์ในสี่แบบคือ

-การมุ่งงานสูง/การมุ่งคนสูง

-การมุ่งงานต่ำ/การมุ่งคนต่ำ

-การมุ่งงานต่ำ/การมุ่งคนสูง

-การมุ่งงานสูง/การมุ่งคนต่ำ

และทั้งสี่แบบนี้พบว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ต่อมามหาวิทยาลัยเท็กซัส ได้สรุปผลการวิจัย โดยได้พัฒนาตารางการบริหาร(the managerial grid) ขึ้นมา หรือตารางความเป็นผู้นำ ตารางการบริหารจะระบุมิติสองมิติของพฤติกรรมความเป็นผู้นำ ว่าเป็นการมุ่งคนและการมุ่งงาน การมุ่งงานของผู้บริหารจะถูกประเมินตามมาตราส่วนเก้าคะแนน 9 หมายถึงการมุ่งงานสูงมาก และ 1 จะหมายถึงการมุ่งงานต่ำมาก ผู้บริหารที่มุ่งงานสูงจะมุ่งผลสำเร็จ มิติที่สองคือ การมุ่งคนที่ถูกประเมินตามมาตราส่วน 9 คะแนน 9 จะหมายถึงการมุ่งคนสูงมากและ 1 จะหมายถึงการมุ่งคนต่ำมาก ผู้บริหารที่มุ่งคนจะหลีกหนีความขัดแย้งและพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับผู้ใต้บังคับบัญชา เบลดและมูตัน เสนอแนะว่าตำแหน่ง 9,9 มุมขวาบนของตารางความเป็นผู้นำ จะเป็นสไตล์ความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การบริหารสไตล์ 1,1 คือการบริหารแบบปล่อยปละละเลยมุ่งงานต่ำและมุ่งคนต่ำ การบริหารสไตล์ 1,9 คือการบริหารแบบสโมสร มุ่งคนสูงมุ่งงานต่ำ การบริหารสไตล์ 9,1 คือการบริหารแบบเผด็จการคือ มุ่งงานสูงมุ่งคนต่ำ การบริหารสไตล์ 5,5 คือการบริหารแบบเดินทางสายกลางมุ่งทั้งคนมุ่งทั้งงานปานกลาง และการบริหารแบบ 9,9 คือการบริหารแบบประชาธิปไตยมุ่งทั้งงานสูงมุ่งทั้งคนสูง

ดังนั้นผู้นำควรเลือกสไตล์บริหารให้เหมาะสมกับสถานการณ์หรือบริบทขององค์กรเพื่อนำองค์กรให้ไปสู่ประสิทธิผล

             ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงสถานการณ์(situational theories) ฟิดเลอร์(Fiedler’contingency theory) ให้ความสำคัญ 3 สถานการณ์ คือ

1) ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับผู้ตาม

2) โครงสร้างงาน

3) อำนาจตามตำแหน่ง

          ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง(transformational theories)

          ผู้นำการเปลี่ยนแปลงหรือผู้นำเชิงปฏิรูปจะพยายามเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กรจากสภาวะหรือวัฒนธรรมหนึ่งๆไปเป็นสภาวะหนึ่งหรือวัฒนธรรมหนึ่งๆ ความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปจะเกี่ยวพันกับความเป็นผู้นำเชิงบารมีสูงมากเพราะจะสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ใต้บัคับบัญชา ผู้นำที่ดี คือ ผู้ที่เข้าใจถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จ และอีกส่วนหนึ่งที่มาสโลว์มองถึงความเป็นผู้นำก็คือ การที่ผู้นำนั้นจะต้องมีจิตใจหนักแน่นต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายต่าง ๆ ผู้นำที่ทำตัวเป็นที่รักของลูกน้องอาจจะไม่ใช่ผู้นำที่ดีถ้าสถานการณ์บังคับให้ผู้นำนั้นต้องกล้าเผชิญหน้าต่อปัญหา เพราะผู้นำที่น่ารักที่ทำตัวเหนือปัญหานั้นมักจะไม่ยอมแก้ปัญหาหรือรับรู้ต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมา ภาวะผู้นำนั้นจึงมาจากการที่บุคคลนั้น ๆ สามารถที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้ เป็นบุคคลที่สำเหนียกอยู่ตลอดเวลาว่าเป้าหมายในการแก้ปัญหานั้นจะเป็นอย่างไร และต้องอุทิศตัวอย่างไมคิดถึงตัวเอง (มาสโลว์, 2542, หน้า 67-68)

บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

            บทบาทของผู้บริหารเป็นสิ่งสำคัญที่จะกระตุ้น ส่งเสริมให้การบริหารงานในบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารประสบผลสำเร็จ ซึ่งบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญพอสรุปได้ดังนี้

1.เป็นผู้นำในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์

2. เป็นผู้นำในการบริหาร ยึดแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

3.เป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนรู้

4.เป็นผู้นำในการพัฒนาวิชาการ

5.เป็นผู้ประสานความร่วมมือกับชุมชน

6.เป็นผู้นำในการบริหารงานแบบประชาธิปไตย โดยร่วมกันทำงานเป็นทีม และส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน

7.เป็นผู้นำในการจัดการศึกษา เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรในการสร้างสรรค์

8.เป็นผู้นำในการบริหารคุณภาพ โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ลงมือทำและรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ

9.เป็นผู้สร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

10. เป็นผู้นำในการจัดหางบประมาณ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน

ที่กล่าวมา ผู้บริหารที่ยึดหลักการ 10 ประการ ดังกล่าว ย่อมจะประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้เป็นอย่างดี ผู้บริหารที่ดีจึงต้องสำรวจตนเองถึงข้อบกพร่องและหาแนวทางในการพัฒนาตนเองเพื่อการเรียนรู้และการพัฒนางานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบการบริหารจัดการใหม่และการปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบัน ซึ่งในการดำเนินงานผู้บริหารต้องยึดการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(SBM: School based Management ประกอบด้วยเกณฑ์ต่อไปนี้

1.การเป็นผู้นำทางวิชาการ

2.การบริหารแบบมีส่วนร่วม

3.การเป็นผู้อำนวยความสะดวก

4.การประสานความสัมพันธ์

5.การส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากร

6. การสร้าวงแรงจูงใจ

7.การประเมินภายในและการประเมินภายนอก

8.การส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา

9.การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

10.การส่งเสริมเทคโนโลยี

 

 

บรรณานุกรม

www.lek56.edublogs.org

www.gotoknow.org/posts

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



04024 โดย สกาวเดือน ไผ่ป้อง 5670107225 ภาษาไทย หมู่ 2 2014-08-02 09:26:36 v : 973



ดร.ศักดิ์ชัย ภู่เจริญ

ติดต่อ
siamdoctor@hotmail.com
facebook.com/kruinter
สมุดเยี่ยม

 

Get the Flash Player to see this player.
เว็บทางการศึกษา
ตรวจสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต
ข่าว The Nation
ข่าว CNN
ข่าว BangkokPost


มูลนิธิทางไกrลผ่านดาวเทียม
บริการการเรียนการสอนทางไกล ผ่านดาวเทียม จากโรงเรียนไกลกังวล หัวหิน
มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย
ศูนย์กลางการศึกษาผ่านระบบเครือข่าย ครอบคลุมการศึกษาทุกระบบ
GURU Online
พัฒนาครูไทย มาตรฐานเท่าเทียม เรียนได้ทุกที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ก้าวย่างอย่างเข้าใจ
การจัดกระบวนการเรียนรู้เพศศึกษาให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรสถานศึกษา
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
ส่งเสริมให้ข้าราชการออมเงินไว้เพื่อใช้ในยามเกษียณอาย
KARN.TV
รวมความรู้ แบบฝึกหัด กิจกรรมเพิ่มทักษะ สำหรับอนุบาล - ประถมต้น
ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อบริการประชาชน
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้บริการทั้งการสอบถามข้อมูล การรับเรื่องร้องเรียนและการให้บริการในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับภาครัฐ ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน
ห้องสมุด มสธ.
IGCSE
TOEIC
IELTS
TDC : Thai Digital Collection
สืบค้นงานวิจัย ฉบับเต็ม



แลกลิงค์
ครูอินเตอร์.คอม ดร.ศักดิ์ชัย ภู่เจริญ ภาวะผู้นำ บริหารการศึกษา
Code

ชบา โลชั่นตะไคร้หอม กันยุง

จำนวนผู้เข้าชม

Free Hit Counter

พัฒนาระบบโดย
ธีรวัฒน์ ภู่เจริญ

จดโดเมน Host ออกแบบเว็บไซต์ Web Design

ครูอินเตอร์.คอม ดร.ศักดิ์ชัย ภู่เจริญ ภาวะผู้นำ บริหารการศึกษา